วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ว่ากันด้วยเรื่องเจ้าหน้าที่สำรวจภัยเมื่อเกิดเหตุ (Surveyor) หรือที่เรียกว่าพนักงานเคลมประกันรถยนต์ ที่หลายคนยังไม่รู้

ว่ากันด้วยเรื่องพนักงานสำรวจภัยเมื่อเกิดเหตุ (Surveyor) หรือที่เรียกว่าพนักงานเคลมประกันรถยนต์

     ในปัจจุบันธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศไทยยังคงต้องมีการพัฒนาและยกระดับให้เป็นมาตรฐานสากลอีกมาก ยิ่งตอนนี้ไกล้จะเปิดอาเซียนเพื่อทำการแข่งขันที่มากขึ้นแล้วยิ่งต้องเร่งพัฒนาปรับปรุงแก้ไของค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

     คุณเคยรู้หรือไม่ว่าพนักงานเคลม บางบริษัทประกันภัยมีจริงๆไม่กี่คนเนื่องจากสาขาไม่พอและอาณาเขตความคุ้มครองนั้นครอบคลุมทั่วประเทศไทย  ทำให้จะต้องจ้างบริษัท เซอร์เวย์เยอร์ต่าง ๆ หรือที่เรียกกันว่า บริษัทรับสำรวจภัย โดยมีหน้าที่รับจ้างทำเคลมให้กับบริษัทประกันภัยต่างๆที่แจ้งเหตุเข้ามา  ซึ่งบางบริษัทเซอร์เวย์เยอร์ก็ไม่มีสาขาอีก ทำให้เวลาเกิดเหตุที่บางจังหวัดนี้ก็ไม่สามารถใช้บริการได้อาจจะทำให้บริการไม่ทั่วถึง ยิ่งในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือในช่วงเทศกาลที่เกิดภัยอยู่บ่อย ๆ ซึ่ง ต่างกับบริษัทประกันภัยที่มีสาขาหรือศูนย์บริการคลอบคลุมอยู่ทุกพื้นที่การให้บริการจะทำให้ไปถึงที่เกิดเหตุได้รวดเร็วขึ้น  ทั้งนี้ผู้อ่านต้องลองใช้พิจารณาและรวบรวมข้อมูลในการตัดสินใจให้ดีว่าจะทำประกันกับบริษัทไหนที่ให้บริการดีที่สุด

     ลำดับต่อไปที่สำคัญคือเรื่องของตัวบุคคลหรือจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพซึ่งรวมถึงเรื่องของความรู้ใน ข้อกฎหมายในคดีรถชนและมารยาท ความเอาใจใส่ในการบริการลูกค้าของพนักงาน เป็นต้น เรื่องพวกนี้ถือว่าเป็น สาระสำคัญ ในการประกอบธุรกิจของบริษัทประกันวินาศภัยทางด้านรถยนต์ให้มีชื่อเสียงได้ยาวนาน

***ทั้งนี้คงไม่มีบริษัทไหนอยากจะโดนภัยย้อนกลับเข้ามาหาบริษัทเองเสียมากกว่า โดย(ส่วนมากขอบอกตรงๆว่า) พนักงานสำรวจภัยทางรถยนต์นั้น มีเงินเดือนที่ไม่สูง ทำให้บางคนนั้นคิดเพิ่มผลต่างทางความเสียหายเพื่อนำเงินเข้ากระเป๋าตนเอง ทำให้ลูกค้าบางราย(ที่ไม่รู้ก็ซวยไป ส่วนที่พอจะรู้ก็เสียความรู้สึกอย่างมาก)

     บริษัท เซอร์เวย์เยอร์ต่างๆ บางแห่งก็มีมาตราฐาน ราคา ค่าสำรวจ ก็จะมาตราฐาน ไปด้วยแต่ปัจจุบันบริษัทประกันภัย บางบริษัทนั้นก็ต้องการลดต้นทุน หันไปใช้บริษัทเซอร์เวยเยอร์ที่ไม่มีมาตราฐานมาใช้งาน เพราค่าบริการ ถูก แต่ ลืม คิดถึง ภาพลักษณ์ของบริษัทประกันภัยเอง เพราะเวลาที่ลูกค้าซื้อประกันส่วนมากก็จะเจอแต่เซลล์หรือตัวแทนขายประกัน ยังไม่เคยเจอพนักงานเคลมบริษัทเลยจะมาเจออีกทีก็ตอนมีอุบัติเหตุหรือตอนแจ้งเคลม  หากบริษัทประกันภัยแห่งไหนมีมาตราฐานในการบริการที่ดีมาถึงที่จุดเกิดเหตุโดยเร็วก็คงจะเป็นเรื่องที่ดี  (รวมถึงการพูดจา การประสานงานเวลาเกิดเหตุทางโทรศัพท์ด้วย เพราะบางทีเกิดเหตุมาเราก็เสียอารมณ์อยู่แล้ว ยังต้องมาเจอกับพนักงานที่พูดทำจาทำร้ายความรู้สึกกันอีก)

     ปัจจุบันเราไม่สามารถคาดเดาได้เลย ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วในกรณีที่คิดว่าความเสียหายร้ายแรงก็ต้องโทรแจ้งพนักงานเคลมนั่นเอง เพราะอุบัติเหตุที่เสียหายมากมีผู้คนบาดเจ็บ ล้มตายมีคดีอาญาเกิดขึ้นความเสี่ยงจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ขับขี่รถโดยประมาทตามกฎหมาย ซึ่งบางบริษัทประกันภัยก็ ทำตรงไป ตรงมาบางบริษัทประกันภัยก็อาจจะถึงขั้นวิ่งคดีให้เลย หรือ บางบริษัทประกันฯ เชี่ยวชาญมองเกมขาดก็จะแนะนำให้กับลูกค้ามีการบรรเทาผลคดีหรือช่วยเหลือคู่กรณี ของตนทางด้านมนุษย์ธรรม เป็นต้น

     การเคลมฉ้อฉลหรือโกงประกันภัย เกิดขึ้นได้กับ พนักงานเคลม(ฝ่ายเรา) หรือ ถูกฝ่ายตรงข้ามยื่นเสนอให้โดยติดสินบน เพื่อฝ่ายตรงข้ามจะได้เป็นฝ่ายถูกหรือไม่ก็บวกเพิ่ม ค่ารักษาพยาบาล ค่าปลงศพ ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งก่อน นัดจ่ายค่าสินไหมทดแทนต่างๆนั้นท่านควร อย่าลืมโทรศัพท์เข้าไปสอบถามด้วยตนเองกับ ฝ่ายตรวจสอบของบริษัทประกันภัย หรือ ผู้จัดการสินไหมฯก็ได้ครับ ท่านจะได้รู้ว่าถูกใครเป็น ผู้เอาเปรียบท่านกันแน่
     ***ถ้าเห็นว่าผลการตรวจสอบที่ได้นั้นไม่ยุติธรรมหรือไม่เป็นธรรมกับตนเองหรือพบว่ามีพิรุธให้แจ้งเรื่องไปยัง 1186 (คปภ.)ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง