วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เมื่อทำป้ายทะเบียบรถหายหรือชำรุด เราควรทำยังไงดี ?



1.ลองดูว่าหายจริงๆหรือเปล่า อาจจะตกอยู่แถวบริเวณซอยบ้าน ที่ทำงาน
2.ถ้าหายจริงก็ไป สน.เลย เมื่อพบว่าไม่สามารถหาป้ายทะเบียนรถยนต์เจอนั้นสิ่งที่ต้องทำก็คือ การบอกกล่าวเรื่องกับทางการหรือเจ้าหน้าที่ และเราหมายถึงตำรวจ อย่ารีรอในการที่จะแวะเวียนไปสน.ใกล้เคียง หรือจุดรับแจ้งเอกสารหายต่างๆ โดยคุณจำเป็นต้องพกบัตรประชาชน พร้อมกับให้รายละเอียดวัน-เวลา สถานที่ ให้ถูกต้อง และอย่าลืม กท.รถของคุณ ว่าตัวอักษรและหมายเลขอะไรที่ถูกต้อง ที่เหลือเจ้าหน้าที่รับทราบและคุณชำระค่าแจ้งความ 20 บาท เท่านั้น
"ป้ายทะเบียนหาย"
3. ได้เวลาทำป้าย ตามกฏหมายแล้วเมื่อป้ายหาย เจ้าของรถมีหน้าที่ในการขอทะเบียนใหม่ในระยะเวลาไม่เกิน 15 วัน นับตังแต่แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เราต้องยอมรับว่า ด้วยกระบวนการที่ซับซ้อนนั้น อาจจะทำให้ล่าช้า ดังนั้นในเบื้องต้นให้คุณถ่ายสำเนาใบแจ้งความแล้วพกติดรถไว้เผื่อพี่ตำรวจถามหา จะได้มีหลักฐานยืนยัน

ในระหว่างนั้นให้เราไปติดต่อตามขั้นตอนโดยแยกเป็นกรณีดังนี้
1.รถติดไฟแนนซ์ ถ้ารถคุณยังติดไฟแนนซนั้น ทุกอย่างจะง่ายสำหรับเพื่อนๆ เพราะ เจ้าของรถที่แท้จริงคือไฟแนนซ์ เราทั้งหลายนั้นถือเป็นผู้ครอบครอง ถ้าไม่เชื่อก็เปิดดูในสำเนาทะเบียนรถได้ ครับ เรื่อง่ายๆ เช่นเราก็แค่ติดต่อไปทางไฟแนนซ์ แล้วแจ้งว่าป้ายรถหาย ให้ดำเนินการขอใหม่ให้เรา ซึ่งตามปกติแล้วการขอป้ายใหม่นั้นจะมีค่าธรรมเนียมของป้าย ฉบับละ 100 บาท และมีค่าอากรแสตมป์ 5 บาท ที่เหลือก็เป็นค่าดำเนินการของไฟแนนซ์ ซึ่งโดยมากจะไม่เกิน 1000 บาท แล้วแต่บริษัท
2.รถไม่ติดไฟแนนซ์ ในกรณีรถคุณปลดหนี้มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็วางใจได้มากยิ่งขึ้น และสามารถดำเนืนการได้ด้วยตนเองตามสำนักงานขนส่งจังหวัด ซึ่งรถของคุณนั้นใช้หมายเลขป้ายทะเบียนอยู่ ซึ่งถ้าเป็นเขตกรุงเทพฯ ก็ไปได้ที่สำนักงานขนส่งพื้นที่ 1-5 แล้วแต่ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น แต่ถ้ารถคุณอยู่ตจว.ก็ต้องออกทริปเดินทางไปขอ กัน เพราะระบบออนไลน์จะใช้ได้ในกรณีต่อภาษีเท่านั้น
****ในกรณีไปทำเองนั้นให้เตรียมเอกสารต่อไปนี้ไปด้วย คือ
1.สำเนาเบัตรประชาชน (เจ้าของรถ) + ผู้รับมอบอำนาจ(ถ้ามี)
2.สำเนาทะเบียนบ้าน (เจ้าของรถ)
3.สมุดทะเบียนประจำรถ (ตัวจริง)
4.ใบมอบอำนาจ (กรณีรับมอบอำนาจ)
ส่วนค่าธรรมเนียมนั้นเท่ากับเบื้องต้นคือ ฉบับละ 100 บาท และค่าอากร 5 บาท ซึ่งกรณีใครอยากไปผจญขนส่งด้วยตัวเอง ก็ต้องทำเรื่องกับทางไฟแนนซ์ โดยต้องมีค่ามัดจำเล่มออกมา 3000-5000 บาท แล้วแต่ไฟแนนซ์ ที่เหลือก็เพียงแต่รอป้าย โดยมากจะไม่นานนัก แล้วแต่จำนวนคนที่มาทำ ซึ่งหลายคนมักกังวลว่าป้ายหาจะยุ่งยาก แต่ความจริงง่ายกว่าที่คิดเสียอีก
"ป้ายทะเบียนหาย"
***4.อย่าทำป้ายปลอม มีคนจำนวนไม่น้อยมักจะหาทางเลี่ยงโดยการทำป้ายปลอมเพื่อใช้งาน ซึ่งเข้าข่ายปลอมแปลงเอกสารราชการ มีโทษค่อนข้างรุนแรงทั้งปรับตั้งแต่ 1000-10000 บาท และจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน - 5 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ยังไงก็คิดให้ดีก่อน หรือใครเก็บป้ายได้นำไปสวมก็ผิดตามข้อนี้เช่นกัน
5.ป้ายกราฟฟิกทำยังไง ใครที่มีเลขทะเบียนสวยๆนั้นก็ไม่ยุ่งยากทุกอย่างยังเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป เพียงแต่คุณต้องเสียค่าป้ายเพิ่มจะฉบับละ 100 บาท เป็นครั้งละ 1200 บาท แต่มาเป็นแพ็คเกจคู่ 2 แผ่น อย่างช่วยไม่ได้ ดังนั้น ก็ไม่ต้องกังวลใจไป


ทั้งนี้ นี่คือขั้นตอนการปฏิบัติตนเมื่อป้ายทะเบียนหาย รู้ไว้ใช่ว่า ใครที่หายแล้วก็รีบจัดการด่วนก่อนพี่หัวปิงปองจะถามหา เพราะ ป้ายหายอนุโลมได้แต่ไม่เกิน 15 วันนะ ตัวเอง ..(ยึดตามกการแจ้งความครั้งแรกครับพี่น้อง)




By centerinsure

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เว็ปเทียบเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ที่ดีที่สุด รวดเร็วที่สุด แบบออนไลน์ปัจจุบัน

เมื่อเราอยากเลือกประกันดีๆสักที่ก็มักจะอยากได้บริษัทที่ดีที่สุด
 ถูกที่สุด บริการดีที่สุด


แต่เพราะมีหลายบริษัทเหลือเกินทำให้เราลังเลใจ
 และต้องคอยสอบถามมากมาย

ทำให้เกิดความยุ่งยากในการที่เราจะหา
บริษัทที่ให้ข้อเสนอที่โดนใจเราที่สุด

ผมจึงไปสรรหาเว็ปที่ดีที่สุดในการเปรียบเทียบเบี้ยแบบออนไลน์มาให้ครับ

เป็นเว็ปเทียบเบี้ยกับบริษัทประกันภัยชั้นนำ โปรโมชั่นดีที่สุด ในประเทศไทยแบบออนไลน์ บริการดีมากๆครับ ดีจริงจึงมาบอกต่อ

***ใช้เวลาเพียงแค่ 30 วินาทีกรอกข้อมูลรถ***




วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ประกันชีวิตกับการลดหย่อนภาษี

ประกันชีวิต

ในส่วนของประกันแบบออมทรัพย์และประกันแบบบำนาญ เราสามารถนำเบี้ยที่จ่ายในแต่ละปีมาลดหย่อนภาษีได้ครับ โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท แปลว่าถ้าคุณมีฐานภาษี 10% จ่ายเบี้ยประกันปีละ 100,000 บาท คุณสามารถลดหย่อนภาษีได้ถึง 10,000 บาทเลย นอกจากนี้ ประกันชีวิตยังมีเงินจ่ายคืนทุก 2 ปี หรือ 3 ปี หรือ 5 ปี และจ่ายคืนให้ก้อนใหญ่เมื่อครบสัญญาด้วย ซึ่งเมื่อคำนวณดูแล้ว ผลตอบแทนมักจะเป็นบวกครับ (ได้คืนมามากกว่าที่จ่ายออกไป) ดูวิธีคำนวณได้จากบทความเรื่อง “ประกันออมทรัพย์ผลตอบแทนมากกว่า 100% มีจริงหรือ?”
การซื้อประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ จะต้องเป็นกรมธรรม์ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 10 ปี ควรเป็นกรมธรรม์ที่ไม่พ่วงประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุด้วย เพราะค่าเบี้ยของประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
ชื่อเรียกประเภทกรมธรรม์มักเป็นตัวเลขสองชุด เช่น 15/7 ตัวเลขน้อยกว่าหมายถึงจำนวนปีที่ต้องจ่ายเบี้ย ตัวเลขมากกว่าหมายถึงจำนวนปีของอายุกรมธรรม์ 15/7 จึงหมายถึงจ่ายเบี้ยติดต่อกัน 7 ปี กรมธรรม์มีอายุคุ้มครอง 15 ปี (ถ้าตายใน 15 ปี ทายาทจะได้รับเงินชดเชย) ควรเลือกกรมธรรม์ที่ตัวเลขสองชุดใกล้เคียงกัน เช่น 15/15 คือจ่ายเบี้ยเท่าระยะเวลาประกัน เพราะถ้าเลือกแบบตัวเลขห่างกัน เช่น 20/5 คือจ่ายเบี้ยแค่ 5 ปี แต่ประกันนานถึง 20 ปี แบบนี้ค่าเบี้ยที่จ่ายไปจะเป็นค่าความคุ้มครองเยอะ ทำให้ผลตอบแทนที่เป็นเงินจ่ายคืนกลับมาน้อยลง และไม่ควรเลือกที่ตัวเลขเยอะมาก เช่น 99/20 เพราะเป็นประกันตลอดชีพ เรามักไม่ได้เงินคืนกลับมาใช้เอง แต่ทายาทเราได้แทน
การจ่ายค่าเบี้ยควรเลือกจ่ายแบบรายปี เพราะการจ่ายรายปีจะได้รับส่วนลดประมาณ 5% เมื่อเทียบกับการจ่ายแบบรายเดือน แต่ก็ต้องมีวินัยในการเก็บเงินด้วย อาจจะใช้วิธีหักจากเงินเดือนทุกเดือนแล้วฝากเข้าบัญชีธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูง เช่น ค่าเบี้ยรายปี 90,000 บาท (ถ้าไม่ออมเงินให้ดี อาจทำให้กระอักได้เมื่อถึงเวลาจ่ายค่าเบี้ย) หรือเฉลี่ย 7,500 บาทต่อเดือน พอได้เงินเดือนมาปุ๊บ ก็หัก 7,500 บาทเข้าบัญชีธนาคารเลย แบบนี้ทำให้ได้ดอกเบี้ยเป็นของแถมด้วย