วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

สัญญาณที่บอกว่า ถึงเวลาควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง แล้วสินะ

4 สัญญาณที่บอกว่า ถึงเวลาควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องเมื่อใช้งานเป็นเวลานานจะมีการเสื่อมสภาพ ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และยังอาจส่งผลเสียกับเครื่องยนต์อีกด้วย โดยน้ำมันเครื่องที่เสื่อมสภาพสังเกตได้จากอาการผิดปกติของรถยนต์ดังนี้

1. เครื่องยนต์เสียงดังผิดปกติ

2. รถเร่งไม่ค่อยขึ้น

3. รถกินน้ำมันมากกว่าปกติ

4. สีของน้ำมันเครื่องเป็นสีดำ

นอกจากนี้รถที่จอดทิ้งไว้นานๆ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเช่นกัน

ดังนั้นเราควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะที่กำหนด คือ 8,000 – 10,000 ก.ม. หรือทุกๆ 6 เดือน และควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่ตรงตามรุ่นรถ



วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2564

การทำประกันโควิด 19 (Covid - 19) เจอ จ่าย จบ คืออะไรกันแน่ ? (ข้อมูล ณ วันที่ 29 เม.ย. 2564)

  สวัสดีจ้าเพื่อนๆ  มีคนถามกันเข้ามาเยอะมากๆ  แอดมินเลยรวบรวมข้อมูลมาให้ดู เพื่อพิจารณา ไปดูกันเลยจ้า



ประกันโควิด 19 เจอ จ่าย จบ คืออะไร ?

          ประกันโควิด 19 แบบเจอ จ่าย จบ จะคุ้มครองกรณีที่ตรวจพบว่าป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หมายความว่า หากแพทย์ตรวจพบว่าเราติดโควิด 19 ขึ้นมาจริง ๆ ก็สามารถขอใบรับรองแพทย์ไปเคลมประกันเพื่อรับเงินก้อนครั้งเดียว ทั้งนี้ ในแต่ละแผนเจอ จ่าย จบ ของแต่ละบริษัท จะให้ความคุ้มครองแตกต่างกันไป เช่น 

  • คุ้มครองเฉพาะการตรวจเจอเชื้อเพียงอย่างเดียว ไม่มีค่ารักษาพยาบาล 
  • คุ้มครองทั้งการตรวจเจอเชื้อ และให้ค่ารักษาพยาบาล รวมทั้งเงินชดเชยกรณีเจ็บป่วยด้วยภาวะโคม่าหรือเสียชีวิต
  • คุ้มครองทั้งการตรวจเจอเชื้อ และให้ค่ารักษาพยาบาลเฉพาะกรณีแพ้วัคซีน
  • คุ้มครองทั้งการตรวจเจอเชื้อ และให้ค่าชดเชยรายวันกรณีนอนโรงพยาบาล แต่ไม่มีค่ารักษาพยาบาล
  • คุ้มครองทั้งการตรวจเจอเชื้อ และประกันอุบัติเหตุ กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ
ประกันโควิด 19 เจอ จ่าย จบ เหมาะกับใคร
เลือกซื้ออย่างไรดี

          ประกันโควิด 19 แบบเจอ จ่าย จบ ที่ขายอยู่ ณ ปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเน้นให้เงินก้อนเพียงครั้งเดียวเมื่อตรวจพบเชื้อ และมักไม่ได้ให้ค่ารักษาพยาบาลพ่วงมาด้วย ดังนั้น จึงเหมาะกับคนที่มีสิทธิรักษาพยาบาลอื่น ๆ อยู่แล้ว เช่น มีประกันสุขภาพ สิทธิข้าราชการ สิทธิประกันสังคม ที่จะช่วยออกค่ารักษาพยาบาลให้ 

          แต่สำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่าหากป่วยต้องนอนโรงพยาบาลขึ้นมา จะมีส่วนเกินที่ต้องจ่ายเพิ่มเติมเองหรือไม่ หรือกรณีอยากไปรักษาตัวในโรงพยาบาลนอกสิทธิที่มี ก็อาจเลือกทำประกันแบบเจอ จ่าย จบ ที่พ่วงค่ารักษาพยาบาล หรือเงินชดเชยเมื่อนอนโรงพยาบาล ซึ่งเบี้ยประกันอาจแพงกว่าแบบรับเงินก้อนเพียงครั้งเดียว หรืออาจถูกกว่า แต่จะได้รับเงินก้อนเมื่อติดเชื้อจำนวนน้อยกว่า

          สรุปแล้วเราควรพิจารณาว่าต้องการความคุ้มครองด้านไหนบ้าง เพื่อเลือกซื้อประกันโควิด 19 ที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อประกันโควิด 19
  1. ประกันโควิด 19 มีระยะเวลารอคอย 14 วัน กล่าวคือ หากเจ็บป่วยด้วยโรคโควิด 19 ในช่วง 14 วัน หลังจากกรมธรรม์มีผลบังคับใช้ จะไม่สามารถเคลมประกันได้ โดยกำหนดเงื่อนไขนี้ไว้เพื่อป้องกันคนที่รู้ตัวว่าป่วยแล้วมาซื้อประกันทีหลัง เพื่อเบิกค่ารักษาหรือรับเงินชดเชย
     
  2. กรณีมีโรคประจำตัว สามารถทำประกันได้ โดยหลายบริษัทอาจให้เราแถลงข้อมูลในใบคำขอเอาประกันภัย ซึ่งต้องแถลงตามความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม บางบริษัทอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมในผู้ป่วยบางกลุ่ม แนะนำให้สอบถามจากบริษัท และอ่านเงื่อนไขของกรมธรรม์อย่างละเอียดก่อนซื้อประกัน
     
  3. หากเคยเป็นโควิด 19 แล้ว และรักษาหายขาดไปแล้ว อาจจะสามารถทำประกันได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท
     
  4. แผนประกันที่มีค่ารักษาพยาบาลสามารถนำเบี้ยส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลไปยื่นลดหย่อนภาษีได้
     
  5. การเจ็บป่วยด้วยภาวะโคม่าจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา จะต้องมีองค์ประกอบต่อไปนี้
       -   ภาวะสมองตายและระบบประสาทล้มเหลว ไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกอย่างน้อย 96 ชั่วโมง
       -   การเจ็บป่วยระยะสุดท้ายซึ่งเป็นการเจ็บป่วยรุนแรงที่แพทย์ลงความเห็นว่าไม่มีวิธีการรักษาให้หายได้ และ/หรือเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตโดยมีสาเหตุหลักมาจากติดเชื้อไวรัสโคโรนา
     
  6. กรณีเลือกแผนประกันที่มีค่ารักษาพยาบาล หากไม่ได้เข้ารักษาในโรงพยาบาลคู่สัญญากับบริษัทประกันภัย ผู้ป่วยจะต้องสำรองจ่ายก่อน แล้วนำใบเสร็จรับเงินมาเบิกคืนจากบริษัทผู้รับประกันภัย แต่หากเป็นโรงพยาบาลคู่สัญญา ผู้ป่วยไม่ต้องสำรองจ่าย
     
  7. การซื้อประกันโควิด 19 แบบเจอ จ่าย จบ หลายฉบับ สามารถเคลมได้ทุกฉบับ โดยต้องขอใบรับรองแพทย์ตัวจริงเท่ากับจำนวนประกันที่ต้องการเคลม แต่หากซื้อประกันที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล จะเบิกได้เท่าที่จ่ายจริง โดยต้องยื่นเบิกค่ารักษาพยาบาลจากบริษัทแรกที่เราซื้อประกันก่อน ส่วนที่เหลือจึงมาเบิกเพิ่มเติมจากบริษัทที่ 2 บริษัทที่ 3 ต่อไป
     
  8. สำหรับประกันโควิด เจอ จ่าย จบ หลายบริษัทมีเงื่อนไขว่า ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจนหายดีแล้ว จึงสามารถนำผลการตรวจเจอเชื้อ และใบรับรองแพทย์มาเคลมประกันได้
     
  9. ประกันโควิด 19 ไม่จ่ายในกรณีเจ็บป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนามาก่อนทำประกันภัย หรือมีการติดเชื้อในช่วงระยะเวลารอคอย รวมทั้งการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เช่น ทำประกันไว้หลายฉบับ แล้วพิสูจน์ได้ว่าจงใจทำให้ตัวเองติดเชื้อ
เปรียบเทียบประกันโควิด เจอ จ่าย จบ ปี 2021
          ประกันโควิด 19 แบบเจอ จ่าย จบ ที่ยังมีจำหน่ายอยู่ ณ วันที่ 19 เมษายน 2564 มีอยู่หลายบริษัท ได้แก่

1. กรุงเทพประกันภัย

          อายุผู้ทำประกัน : 1-100 ปี
          ความคุ้มครอง : แผนประกันให้ความคุ้มครองครอบคลุมหลายอย่าง ทั้งเจอ จ่าย จบ, ค่ารักษาพยาบาล, กรณีโคม่าหรือเสียชีวิต, ค่าใช้จ่ายตรวจหาเชื้อสำหรับบุคคลในครอบครัว รวมทั้งกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุ
          เบี้ยประกันแผนเจอ จ่าย จบ :
           - แผนเดิม ซื้อที่ TQM มี 4 แผน คือ 289, 489, 699 และ 899 บาท/ปี
​​​​​​​           - แผนใหม่ ซื้อที่กรุงเทพประกันภัย มี 4 แผน คือ 159, 259, 459 และ 859 บาท/ปี
ประกันโควิด

ประกันโควิด

          อ่านเงื่อนไขและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรุงเทพประกันภัย, TQM 

          ติดต่อสอบถาม : กรุงเทพประกันภัย โทร. 02 285 8585, TQM โทร. 1737

2. สินทรัพย์ประกันภัย

          อายุผู้ทำประกัน : 1-99 ปี
          ความคุ้มครอง : กรณีติดเชื้อ, ค่ารักษาพยาบาลกรณีแพ้วัคซีน, ภาวะโคม่าจากการแพ้วัคซีน และเสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุ
          เบี้ยประกันแผนเจอ จ่าย จบ : มี 4 แผน คือ 99, 199, 299 และ 499 บาท/ปี
ประกันโควิด 2564

          อ่านเงื่อนไขและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สินทรัพย์ประกันภัย และ tqm

          ติดต่อสอบถาม : TQM โทร. 1737, สินทรัพย์ประกันภัย โทร. 02 792 5555 หรือ 02 267 6222 หรือ 02 023 7522

3. สินมั่นคงประกันภัย

          อายุผู้ทำประกัน : 1-99 ปี
          ความคุ้มครอง : คุ้มครองเฉพาะกรณีติดเชื้อ
          เบี้ยประกันแผนเจอ จ่าย จบ : ยกเลิกขายแผนเดิม ปรับเป็นแผนใหม่รวมกรณีแพ้วัคซีน โดยมี 2 แผน คือ 329 และ 489 บาท/ปี
ประกันโควิด 2564

          อ่านเงื่อนไขและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สินมั่นคงประกันภัย

          ติดต่อสอบถาม : สินมั่นคงประกันภัย โทร. 1596 ตลอด 24 ชั่วโมง

4. เอเชียประกันภัย

          อายุผู้ทำประกัน : 1-75 ปี
          ความคุ้มครอง : กรณีติดเชื้อ, ภาวะโคม่า และให้ค่าชดเชยรายวันเมื่อนอนโรงพยาบาล
          เบี้ยประกันแผนเจอ จ่าย จบ : มี 1 แผน คือ 500 บาท/ปี
ประกันโควิด 2564

          อ่านเงื่อนไขและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอเชียประกันภัย  

          ติดต่อสอบถาม : เอเชียประกันภัย โทร. 02 869 3399

5. วิริยะประกันภัย

          อายุผู้ทำประกัน : แผน Covid Protect Plus อายุ 15 วัน-75 ปี, แผนโควิด-19 ซูเปอร์ชีลด์ อายุ 15 วัน-99 ปี
          ความคุ้มครอง : กรณีติดเชื้อ และค่าชดเชยรายวันเมื่อนอนโรงพยาบาล ถ้าเป็นแผน 549 จะได้ค่ารักษาพยาบาล และกรณีโคม่าจากการติดเชื้อ 
          เบี้ยประกันแผนเจอ จ่าย จบ : มี 3 แผน คือ 399, 549 และ 599 บาท/ปี
ประกันโควิด 2564

          อ่านเงื่อนไขและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วิริยะประกันภัย 

          ติดต่อสอบถาม : วิริยะประกันภัย โทร. 02 129 8777

6. อาคเนย์ประกันภัย

          อายุผู้ทำประกัน : 1-99 ปี
          ความคุ้มครอง : กรณีติดเชื้อครั้งแรก และกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุ  
          เบี้ยประกันแผนเจอ จ่าย จบ : มี 4 แผน คือ 260, 519, 778 และ 1,037 บาท/ปี
ประกันโควิด 2564

          อ่านเงื่อนไขและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อาคเนย์ประกันภัย และ TQM 

          ติดต่อสอบถาม : อาคเนย์ประกันภัย โทร. 1726, TQM โทร. 1737

7. เจพี ประกันภัย

          อายุผู้ทำประกัน : 1-75 ปี
          ความคุ้มครอง : กรณีติดเชื้อครั้งแรก และกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ  
          เบี้ยประกันแผนเจอ จ่าย จบ :  มี 2 แผน คือ 149 และ 249 บาท/ปี
ประกันโควิด 2564

          อ่านเงื่อนไขและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เจพี ประกันภัย
 
          ติดต่อสอบถาม : เจพีประกันภัย โทร. 02 099 0555

8. ไทยประกันภัย

          อายุผู้ทำประกัน : 1-65 ปี
          ความคุ้มครอง : กรณีติดเชื้อ, การรักษาพยาบาลเนื่องจากการแพ้วัคซีน, ภาวะโคม่าจากการติดเชื้อหรือแพ้วัคซีน, เสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุ
          เบี้ยประกันแผนเจอ จ่าย จบ : มี 6 แผน คือ 231, 288, 392, 463, 471 และ 552 บาท/ปี
ประกันโควิด

          อ่านเงื่อนไขและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ไทยประกันภัย
 
          ติดต่อสอบถาม : ไทยประกันภัย โทร. 02 613 0100
ตารางเปรียบเทียบประกันโควิด แบบเจอ จ่าย จบ 

          และนอกจากประกันโควิด 19 แบบเจอ จ่าย จบ แล้ว ก็ยังมีประกัน COVID-19 แบบที่ให้ค่ารักษาพยาบาลเป็นหลัก ให้เงินชดเชยรายได้เมื่อต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล (IPD) รวมทั้งประเภทที่คุ้มครองการแพ้วัคซีน หรือถ้าใครต้องการให้ครอบคลุมโรคอื่น ๆ นอกจากโควิด 19 ด้วย ก็แนะนำให้ทำประกันสุขภาพไปเลยทีเดียว ซึ่งไม่ว่าจะเลือกทำประกันแบบไหน อย่าลืมศึกษาเงื่อนไขและยกเว้นต่าง ๆ ให้ละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2563

ประกันสังคม สิทธิที่เราควรต้องรู้ ปี พ.ศ. 2563

สิทธิประกันสังคม สิทธิประโยชน์ที่คนทำงานควรรู้และต้องได้รับ!


สิทธิประกันสังคม

อัพเดตวันที่ 26 มีนาคม 2563 กระทรวงแรงงานออกมาตรการปรับลดขยายเวลานำส่งเงินสมทบประกันสังคม พร้อมจ่ายว่างงานช่วยเหลือสถานการณ์โควิด – 19 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างและลูกจ้าง โดยจะออกประกาศและกฎกระทรวงแรงงาน เพื่อบังคับใช้ให้เร็วที่สุดต่อไป

เลือกอ่านได้เลย!


มาตรการเพื่อผู้ประกันตน จากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19


ลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม

  • นายจ้าง เหลืออัตราร้อยละ 4 ระยะเวลา 3 เดือน (มี.ค. – พ.ค. 63)
  • ผู้ประกันตน มาตรา 33 เหลืออัตราร้อยละ 1 ระยะเวลา 3 เดือน (มี.ค. – พ.ค. 63)
  • ผู้ประกันตน มาตรา 39 เหลืออัตราร้อยละ 1.8 ระยะเวลา 3 เดือน (มี.ค. – พ.ค. 63)
  •  

ขยายเวลาส่งเงินสมทบ นายจ้าง และ ผู้ประกันตนมาตรา 33, 39

งวดค่าจ้างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ออกไปอีก 3 เดือน
  • ค่าจ้างเดือนมีนาคม 2563 ให้นำส่งภายใน 15 กรกฎาคม 2563
  • ค่าจ้างเดือนเมษายน 2563 ให้นำส่งภายใน 15 สิงหาคม 2563
  • ค่าจ้างเดือนพฤษภาคม 2563 ให้นำส่งภายใน 15 กันยายน 2563


เพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2563

  • กรณีว่างงานจากนายจ้างไม่ให้ทำงาน ถูกกักตัว 14 วัน เนื่องจากสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ติดไวรัส Covid-19 รับเงินร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ไม่เกิน 180 วัน
  • กรณีว่างงาน เพราะหน่วยงานภาครัฐสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว รับเงินร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ไม่เกิน 60 วัน

เพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีว่างงาน

  • ผู้ประกันตนลาออก รับเงินกรณีว่างงานร้อยละ 45 ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน (บังคับใช้ 2 ปี)
  • ผู้ประกันตนถูกเลิกจ้าง รับเงินกรณีว่างงานร้อยละ 70 ของค่าจ้าง ไม่เกิน 200 วัน (บังคับใช้ 2 ปี)

วิธีการขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงาน 

  • กรณีว่างงาน (สำหรับลูกจ้าง / ผู้ประกันตน)
  • กรณีชราภาพ (สำหรับลูกจ้าง / ผู้ประกันตน)
  • กรณีนายจ้างรับรองกรหยุดงานของลูกค้า อันเนื่องจากเหตุสุดวิสัย (สำหรับนายจ้าง)

1. ให้นายจ้างกรอกแบบเพื่อยืนยันรับรองการปิดกิจการชั่วคราวจากเหตุสุดวิสัยที่ https://www.sso.go.th/eform_news/
2. ลูกจ้างเข้าไปกรอกแบบฟอร์มขอรับประโยชน์ทดแทนที่เว็บไซต์ https://www.sso.go.th/eform_news/
3. ลูกจ้างลงทะเบียนว่างงานที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน https://empui.doe.go.th/auth/index ระบบจะกำหนดให้คุณต้องกลับมารายงานตัวว่าได้งาน หรือยังไม่ได้งาน ภายในวันที่กำหนด

สิทธิประกันสังคม Covid-19

แรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระ ที่ไม่อยู่ระบบประกันสังคม

ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 เช่น ธุรกิจถูกปิดชั่วคราว ถูกเลิกจ้าง สั่งพักงาน ลดเวลาทำงาน รายได้ลดลง ฯลฯ (ไม่รวมผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ได้รับประโยชน์ทดแทนจากสำนักงานประกันสังคมแล้ว) ได้รับสิทธิเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน
  1. ลงทะเบียนขอรับสิทธิที่เว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เปิดลงทะเบียนวันที่ 28 มีนาคม 2563 เวลา 18.00 น.
  2. ช่องทางการรับเงินคือ บัญชีพร้อมเพย์ หรือบัญชีออมทรัพย์ ใช้ระยะเวลาประมาณ 5-7 วัน 


ทำความเข้าใจสิทธิประกันสังคม

สิทธิประกันสังคม เป็นกองทุนที่ให้หลักประกันแก่ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมให้ได้รับประโยชน์ทดแทน เมื่อประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตาย ซึ่งไม่เกิดจากการทำงาน รวมทั้งกรณีคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน


ไม่อยากอ่าน คลิกฟังเลย




ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนประกันสังคม


หลักๆ มีอยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ

  1. ผู้ประกันตน
  2. นายจ้าง
  3. รัฐบาล


ผู้ประกันตน


ผู้ประกันตน คือ ลูกจ้างที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ แต่ถ้าลูกจ้างอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แต่นายจ้างยังจ้างให้ทำงานต่อให้ถือเป็นผู้ประกันตนต่อไป โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
  1. กลุ่มที่ทำงานประจำ ต้องจ่ายเงินสมทบตามกฏหมาย
  2. กลุ่มที่เคยทำงานประจำ แต่ลาออกและไม่ได้สมัครงานประจำต่อ ซึ่งเคยจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 เดือนตอนที่ยังทำงานประจำอยู่ และลาออกจากงานประจำไม่เกิน 6 เดือนเมื่อลาออกแล้วยังสมัครใจที่จะจ่ายเงินสมทบอยู่
  3. รวมไปถึงกลุ่มที่ไม่ได้ทำงานประจำ (ฟรีแลนซ์) อายุ 15-60 ปี เลือกจ่ายเงินสมทบเองเพื่อให้ได้ สิทธิ์ประกันสังคม


นายจ้าง


นายจ้าง คือ ผู้ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป เป็นผู้มีหน้าที่ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างพร้อมกับขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน และเมื่อมีการจ้างลูกจ้างใหม่ต้องแจ้งขึ้นทะเบียนลูกจ้างใหม่ภายใน 30 วันเช่นกัน


เงินสมทบ


เงินสมทบ คือ เงินที่นายจ้าง ลูกจ้าง ต้องนำส่งกองทุนประกันสังคมทุกเดือน ซึ่งในบทความนี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนกลุ่มที่ 1 กลุ่มทำงานประจำเท่านั้น ส่วนกลุ่มอื่นๆจะกล่าวถึงในบทความต่อๆไป


กลุ่มผู้ประกันตนกลุ่มนี้จะคำนวณเงินสมทบจากค่าจ้างลูกจ้าง ซึ่งกำหนดไว้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งรัฐบาลจะร่วมสมทบด้วยส่วนหนึ่ง โดยลูกจ้างจะถูกนายจ้างหักเงินเดือนในอัตราร้อยละ 5 ของค่าจ้าง นายจ้างจะร่วมจ่ายสมทบด้วยในอัตราที่เท่ากัน คือร้อยละ 5 และรัฐบาลร่วมจ่ายสมทบด้วยในอัตราร้อยละ 2.75



 

ตารางแสดงอัตราการหักเงินสมทบกองทุนประกันสังคม





อัตราเงินสมทบ




สิทธิประกันสังคม ที่ผู้ประกันตนจะได้รับมีอะไรบ้าง


สำหรับสิทธิประกันสังคม ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุน 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันแล้วแต่กรณี ในที่นี้จะขอพูดถึงเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ของกองทุนประกันสังคมก่อนนะ

สิทธิประกันสังคม เจ็บป่วย

กรณีเจ็บป่วย


เงื่อนไขการใช้สิทธิ์ : ต้องจ่ายสมทบกองทุนประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน


สิทธิประโยชน์
สามารถสรุปการบริการทางการแพทย์ได้ตามแผนภาพดังนี้
สิทธิประกันสังคม แผนภาพบริการทางการแพทย์


ในกรณีเจ็บป่วยสามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในกรณีที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอื่นโดยที่ได้สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน สามารถเบิกคืนจากสำนักงานประกันสังคมในอัตราที่กำหนดดังนี้
  • เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของรัฐ การรักษาทั้งอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย สามารถเข้ารับการรักษาได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ในกรณีเป็นผู้ป่วยนอก เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น และในกรณีเป็นผู้ป่วยใน เบิกได้ตามที่จ่ายจริง ยกเว้น ค่าห้องและค่าอาหาร เบิกได้ไม่เกินวันละ 700 บาท
  • เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของเอกชน กรณีผู้ป่วยนอกเบิกค่ารักษาได้ไม่เกิน 1,000 บาท กรณีผู้ป่วยใน ค่ารักษาพยาบาลกรณีไม่ได้รักษาในห้อง ICU เบิกได้ไม่เกินวันละ 2,000 บาท ค่าห้องค่าอาหารไม่เกินวันละ 700 บาท ค่าห้องกรณีรักษาในห้อง ICU เบิกได้ไม่เกินวันละ 4,500 บาท กรณีต้องผ่าตัดใหญ่เบิกได้ไม่เกินครั้งละ 8,000 – 16,000 บาทตามระยะเวลาการผ่าตัด
  • กรณีทันตกรรม เข้ารับบริการ ณ สถานพยาบาลที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม (ตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลได้จาก สำนักงานประกันสังคม ) สามารถรับค่าบริการทางการแพทย์ได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 900 บาทต่อปี

สิทธิประกันสังคม คลอดบุตร

กรณีคลอดบุตร


เงื่อนไขการใช้สิทธิ : ต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมมาแล้วไม่ต่ำกว่า 15 เดือน


สิทธิประโยชน์
  • สามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้ 13,000 บาทต่อการคลอดบุตร 1 ครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)
  • ผู้ประกันตนหญิงได้รับเงินสงเคราะห์จากการลาคลอดเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของเงินเดือนเป็นระยะเวลา 90 วัน (ใช้สิทธิได้เฉพาะบุตรคนที่ 1 และ 2 เท่านั้น)
  • กรณีสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ สามารถเลือกใช้สิทธิได้เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

สิทธิประกันสังคม ทุพพลภาพ

กรณีทุพพลภาพ


เงื่อนไขการใช้สิทธิ : ต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมไม่น้อยกว่า 3 เดือน


สิทธิประโยชน์
  • รับเงินทดแทนขาดรายได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้างเป็นรายเดือนตลอดชีวิตในกรณีทุพพลภาพร้ายแรง หากไม่ร้ายแรงจะได้รับตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาตามที่ประกาศฯกำหนด
  • รับค่าบริการทางการแพทย์ หากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐ กองทุนประกันสังคมจะจ่ายให้เท่าที่จ่ายจริงตามจำเป็นและสมควร หากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน ในกรณีเป็นผู้ป่วยนอก กองทุนประกันสังคมจะจ่ายให้เดือนละไม่เกิน 2,000 บาท ในกรณีเป็นผู้ป่วยใน กองทุนประกันสังคมจะจ่ายให้เดือนละไม่เกิน 4,000 บาท ในส่วนของค่ารถและค่าบริการทางการแพท์ย์ จะได้รับการเหมาจ่ายไม่เกินเดือนละ 500 บาท
  • ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเมื่อมีมติให้เป็นผู้ทุพพลภาพ
  • หากผู้ทุพพลภาพเสียชีวิต ผู้จัดการศพมีสิทธิได้รับค่าทำศพ 40,000 บาท
  • ได้รับเงินสงเคราะห์เสียชีวิต หากผู้ทุพพลภาพจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 3 ปีแต่ไม่ถึง 10 ปีจะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้าง 2 เดือน แต่หากจ่ายเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปจะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้าง 6 เดือน

สิทธิประกันสังคม เสียชีวิต

กรณีเสียชีวิต


เงื่อนไขการใช้สิทธิ : สาเหตุการเสียชีวิตต้องไม่เกิดจากการทำงาน และจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 1 เดือน


สิทธิประโยชน์
  • ผู้จัดการศพสามารถขอค่าทำศพได้ 40,000 บาท
  • เงินสงเคราะห์ กองทุนประกันสังคมจะจ่ายให้บุคคลที่มีชื่อระบุอยู่ในหนังสือระบุให้เป็นผู้รับเงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต หากไม่มีหนังสือระบุไว้ต้องนำมาเฉลี่ยให้ บิดามารดา หรือ สามีหรือภรรยา หรือบุตร ในจำนวนที่เท่ากัน ซึ่งจะได้เงินสงเคราะห์ดังนี้ หากผู้เสียชีวิตจ่ายเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือนจะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้าง 2 เดือน หากผู้เสียชีวิตจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ไม่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้เงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้าง 6 เดือน
  • ทายาทสามารถขอรับคืนเงินกรณีชราภาพได้ภายใน 2 ปี (ดูรายละเอียดที่กรณีชราภาพ)

สิทธิประกันสังคม สงเคราะห์บุตร

กรณีสงเคราะห์บุตร


เงื่อนไขการใช้สิทธิ : จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ยกเว้น บุตรบุญธรรม หรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่น


สิทธิประโยชน์
  • ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 400 บาท ตั้งแต่บุตรอายุแรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์
  • สามารถขอใช้สิทธิ์ได้ไม่เกิน 3 คน

สิทธิประกันสังคม ชราภาพ

กรณีชราภาพ


แยกเป็น 2 กรณีดังนี้


กรณีบำนาญชราภาพ
เงื่อนไขการใช้สิทธิ
  • ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน (ไม่ต้องจ่าย 180 เดือนติดต่อกัน)
  • มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

สิทธิประโยชน์
  • ถ้าจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือนจะได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือน ในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
  • ถ้าจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือนจะได้รับการปรับเพิ่มบำนาญชราภาพอีกร้อยละ 1.5 สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือนทุกๆ 12 เดือนที่จ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือนนั้น

กรณีบำเหน็จชราภาพ
เงื่อนไขการใช้สิทธิ
  • จ่ายเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน
  • มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หรือเป็นผู้ทุพพลภาพ หรือถึงแก่ความตาย
  • ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

สิทธิประโยชน์
  • ถ้าจ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ
  • ถ้าจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายสมทบ พร้อมทั้งผลประโยชน์ตอบแทนที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด
  • กรณีผู้รับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายใน 60 เดือนนับตั้งแต่ได้สิทธิบำนาญชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจำนวน 10 เท่าของเงินบำนาญชราภาพรายเดือนที่ได้รับเดือนสุดท้ายก่อนเสียชีวิต

สิทธิประกันสังคม ว่างงาน

กรณีว่างงาน


เงื่อนไขการใช้ สิทธิประกันสังคม
  • จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน
  • มีระยะเวลาว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป
  • ผู้ประกันตนขึ้นทะเบียนเป็นผู้ว่างงานผ่าน เว็บไซต์ กรมการจัดหางาน ของรัฐภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลาออกจากงานหรือถูกเลิกจ้าง
  • รายงานตัวเป็นผู้ว่างงานผ่าน เว็บไซต์ กรมการจัดหางาน ของรัฐ ไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง
  • เป็นผู้มีความสามารถในการทำงานและพร้อมจะทำงานตามที่สำนักงานจัดหางานของรัฐจัดหาให้
  • ไม่ปฏิเสธที่จะฝึกงาน
  • จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน
  • ต้องไม่ถูกเลิกจ้างในกรณี ทุจริตต่อหน้าที่ หรือ จงใจให้นายจ้างได้รับความเสียหาย หรือทำผิดกฎหมายกรณีร้ายแรง หรือ ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 7 วันติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันควร หรือ ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษา และไม่ใช่ผู้ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ


สิทธิประโยชน์
  • ในกรณีที่ถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วันในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย ซึ่งค่าจ้างเฉลี่ยสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
  • ในกรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามระยะเวลา จะได้รับเงินทดแทนระหว่างว่างงานปีละไม่เกิน 90 วันในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ยซึ่งค่าจ้างเฉลี่ยสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
  • กรณีที่ว่างงานเพราะถูกเลิกจ้างมากกว่า 1 ครั้งใน 1 ปีจะมีสิทธิได้รับเงินทดแทนทุกครั้งรวมกันไม่เกิน 180 วัน
  • กรณีว่างงานเพราะลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างมากกว่า 1 ครั้งใน 1 ปีจะมีสิทธิได้รับเงินทดแทนรวมกันไม่เกิน 90 วัน